Everybody Loves ๐๐JenNiFer AnisToN๐๐

posted on 27 Jul 2006 23:24 by shong

กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับ CSS อยู่นาน ไปๆมาๆชักจะมันส์ เดี๋ยวจะเห็นโฉมใหม่เรื่อยๆอะนะ หึ หึ หึ ^_^
วันนี้เอาเรื่องของดาราสาวสวยที่แม้ว่าเธอจะไม่ได้โด่งดังในวงการภาพยนตร์อย่างนิโคล คิดแมน หรือจูเลีย โรเบิร์ตส แต่สำหรับวงการโทรทัศน์และนิตยสาร เรียกได้ว่าสุดฮิตติดชาร์ตท็อปเท็นเป็นประจำทุกปีเลยทีเดียว เธอคนนี้ก็คือ...
เจนนิเฟอร์ อนิสตัน
'Jennifer Aniston' Jennifer Aniston
สำหรับแฟนๆซีรี่ส์ฮ็อตเรื่อง FRIENDS คงไม่มีใครไม่รู้จักหน้าค่าตาของ เรเชล กรีน พนักงานเสิร์ฟสาวสวย ซึ่งเป็นบทที่ทำให้อนิสตันมีรายได้ถึงปีละ 1 ล้านเหรียญ และถือเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของเธอ และด้วยการเป็นคนดังที่ทำตัวติดดินและเป็นกันเองกับทุกคน ทำให้เธอเป็นที่รักของทุกๆคนในฮอลลีวู้ด เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยบอกไว้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นมนุษย์ คือการพยายามทำฝันให้เป็นจริงให้ได้ โดยจะต้องช่วยสานฝันของคนอื่นไปด้วย และที่แม่สาวน้อยคนนี้ไม่เคยขาดไปเลยก็คือ อารมณ์ขัน
แต่กว่าที่เธอจะมีวันนี้ได้...
ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

Aniston.jpg
สาวกรีกสายเลือดนักแสดง
ชื่อจริง : เจนนิเฟอร์ ลินน์ อนาสทาส์ซาคิส
ชื่อในวงการ : เจนนิเฟอร์ อนิสตัน
เกิดเมื่อ : 11 พฤศจิกายน 1969
เป็นลูกสาวของ : จอห์น (โอนนิส อนาสทาส์ซาคิส)พ่อที่มีสายเลือดกรีก นักแสดงรุ่นเก๋าที่โด่งดังจากละครโซปโอเปร่าทางสถานีโทรทัศน์ NBC
'John Aniston' John Aniston
และแม่ที่เป็นนางแบบลูกครึ่งสก็อตติช/อิตาเลี่ยน แนนซี่ โดว์ อนิสตัน
ooNancyDowAnistonoo.jpg
เด็กหญิงเจนนิเฟอร์ก็เลยมีเชื้อของ 3 ชนชาติรวมกัน คือ กรีก/สก็อตติช และ อิตาเลี่ยน เพราะอย่างนี้จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่เธอจะสวยและหุ่นดีมาตั้งแต่เด็ก
พี่น้องร่วมสายเลือด 2 คน: จอห์น เมอลิค และอเล็กซ์ อนิสตัน
ซึ่งในตอนแรก ครอบครัวอนิสตันไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก นอกจากจอห์นจะต้องดูแลกิจการร้านอาหารเล็กๆในเมือง Eddy Town มลรัฐเพนซิลเวเนียแล้ว เขายังต้องเดินทางไปหางานเป็นนักแสดงอยู่ตลอดใน L.A.
ช่วงปี 1967-70 คุณพ่อจอห์นทำรายได้ได้ดีจาก Days of Our Lives และยังได้ไปรับบทเล็กๆใน Mission Impossible ด้วย แต่ชีวิตในวงการมายาก็ไม่ได้มั่นคงเสมอไป เขาจึงย้ายครอบครัวกลับไปยังบ้านเกิด กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ช่วงนั้นเจนนิเฟอร์อายุได้ 5 ขวบ 1 ปี ต่อมาจอห์นก็ได้งานนักแสดงอีก พวกเขาจึงต้องย้ายกลับมายังนิวยอร์ค นั่นเป็นที่ที่ทำให้เธอได้พบกับคริสโตเฟอร์ รีฟ เจนนิเฟอร์น้อยวัย 9 ขวบคลั่งไคล้เขามาก ห้องนอนเธอเต็มไปด้วยโปสเตอร์
Superman
ขณะที่ครอบครัวอนิสตันกำลังไปได้สวย ชีวิตคู่ระหว่างจอห์นและแนนซี่กลับเดินสวนทาง พวกเขาหย่าขาดกันในปี 1978 จอห์นแต่งงานใหม่กับ เชอร์รี่ รูนี่ย์ แม่ซึ่งได้สิทธิ์เลี้ยงดู พาเธอย้ายไปอยู่ในนิวเจอร์ซี ช่วงปีแรกของการหย่า เจนนิเฟอร์ไม่ได้พบกับพ่อเลย ครั้งหนึ่งเธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า
"ฉันรู้สึกกลัวการมีลูกมานับตั้งแต่วันนั้น เพราะคิดอยู่เสมอว่า ถ้าหากแต่งงานมีลูกแล้วเกิดแยกทางกันไป ลูกๆของฉันจะมีความรู้สึกอย่างไร?"
และนั่นจึงกลายเป็นประเด็นของข่าวร้อนที่ว่ากันว่าสาเหตุหลักที่ แบรด พิทท์ บอกเลิกกับเจนนิเฟอร์ นั่นก็เพราะเธอไม่สามารถมีลูกให้กับเขาได้
ช่วงฟันฝ่าอุปสรรค
ในวัยเริ่มแตกเนื้อสาว เชื่อหรือไม่ว่าเจนนิเฟอร์ไม่ได้เป็นคนหน้าตาสวยสะดุดตาอะไรมากนัก ช่วงนี้นี่เองที่ทำให้เธอพบว่า เธอเป็นโรคกล้ามเนื้อตาข้างขวาอ่อนแอ ทำให้เธอแทบจะเล่นกีฬาอะไรไม่ได้ และ อ่านหนังสือได้เพียงแค่ไม่กี่บรรทัดก็ปวดตา ทำให้ต้องรีบอ่านข้ามๆไปอย่างรวดเร็ว
อุปสรรคทางร่างกายดูเหมือนจะสาหัสเอาการ แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือ อุปสรรคทางจิตใจ
ช่วงที่เจนนิเฟอร์อายุ 15 แนนซี่ก็เกษียณตัวเองออกจากวงการนางแบบ แม้กระนั้น วันๆเธอก็เอาแต่อยู่หน้ากระจก แต่งหน้าทำผม ซึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าเจนนิเฟอร์ไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่า
"ในตอนนั้นฉันมักจะนอนหลับทั้งน้ำตา เพราะความไม่สวยของตัวเองทำให้แม่ต้องอับอาย แม่ชอบชี้หน้าฉันแล้วพูดว่าฉันไม่สวยยังไง ซึ่งถ้าเธอไม่พูดกับฉันยังงี้ ฉันก็คงไม่มีวันรู้หรอกว่าสมัยสาวๆแม่ฉันเคยสวยมากแค่ไหน"
ถึงเจนนิเฟอร์จะโดนแม่ทำร้ายจิตใจยังไง เธอก็ไม่เคยโกรธ เพราะเธอเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้แม่เป็นยังงี้ก็เพราะการที่พ่อขอหย่าจากแม่ไปมีผู้หญิงคนใหม่ เจนนิเฟอร์ไม่เคยมั่นใจในตัวเอง เธอจึงมักจะแต่งหน้าให้เข้มเข้าไว้ แต่แฟนคนแรกของเธอที่แคลิฟอร์เนียกลับบอกว่าเธอจะสวยมากกว่านี้อีกถ้าเอาเมคอัพออกหลังจากนั้นเธอก็แทบจะไม่แต่งหน้าอีก และเริ่มมีความมั่นใจกลับคืนมา
©Armando Gallo/Retna Ltd.  In Focus: Jennifer Aniston
ชีวิตการแสดง
ในช่วงแรกของเธอไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรมากมายนัก มันค่อนข้างจะกระท่อนกระแท่น เพราะถึงแม้เธอจะพยายามหาพื้นที่ในวงการมากเท่าไหร่กลับยิ่งหาไม่เจอ คุณพ่อโทรมาติดต่อลูกสาว เพื่อที่จะบอกว่าเธอได้บทเล็กๆบทหนึ่งในหนัง บทบาทการแสดงของเธอเริ่มต้นด้วยการรับบทในหนังที่เธอไม่มีแม้แต่เครดิตนักแสดงเลย!!!
เมื่องานแสดงหนังเรื่องแรกไม่ประสบความสำเร็จ เจนนิเฟอร์เริ่มหันเหความสนใจมาเป็นนักแสดงตลก ซึ่งเป็นบทที่เธอทำได้ดีทีเดียว เจนนิเฟอร์จบการศึกษาจากโรงเรียนการแสดงในปี 1987 และแทนที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เธอยังคงยึดมั่นอุดมการณ์เดิม ด้วยการเดินสายออดิชั่นตามเอเย่นต์ต่างๆทั่วนิวยอร์คและ L.A และระหว่างนี้เธอก็ทำงานพิเศษเป็นพนักงานส่งเอกสารและสาวเสิร์ฟในภัตตาคารหลายแห่ง จนได้เล่นละครเวทีเรื่อง For Dear Life และ Dancing on Chequer's Grave
ชีวิตนักแสดงเร่ร่อนของเธอจบลงเมื่อปี 1989 เธอตัดสินใจเดินทางไปยังลอสแองเจลิส เพื่อออดิชั่นบท และช่วงนี้เองที่ทำให้เธอได้กลับมาอยู่กับพ่ออีกครั้ง
ดูเหมือนว่าลอสแองเจลิสจะเป็นเมืองที่ถูกโฉลกกับเจนนิเฟอร์ เพราะทันทีที่มาถึงไม่ทันไรก็มีเอเจนซี่มาเสนองานให้ถึงประตูบ้าน อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ ชีวิตการแสดงของเธอถึงคราวที่เรียกได้ว่าย่ำแย่ที่สุด หลังจากประสบความล้มเหลวในหนังหลายๆเรื่องติดต่อกัน จนกระทั่งเธอเกือบจะหันหลังให้กับวงการแสดง แต่นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เธอรัก เธอจึงตัดสินใจสู้กับมันต่อไป

ก้าวย่างสู่ซีรี่ส์ FRIENDS
ในปี 1995 เจนนิเฟอร์ในวัย 25 ปี ก็ได้รับโอกาสครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต หลังจากได้รับคำชวนให้ไปออดิชั่นบทใน Friends ซีรี่ส์ตลกเรื่องใหม่ของทางสถานีโทรทัศน์ NBC ซึ่งในตอนแรก เจนนิเฟอร์ได้รับข้อเสนอจากทางค่ายให้รับบทเป็นตัวละครที่ชื่อ โมนิก้า เกลล่าร์ แต่เธอตอบปฏิเสธพร้อมทั้งบอกว่า เธอเหมาะกับบทเรเชล กรีนมากกว่า ในที่สุดบทโมนิก้า ก็ตกเป็นของ คอร์ทนี่ย์ ค็อกซ์ (ซึ่งตอนแรกค็อกซ์ต้องรับบทเป็นเรเชล)
ส่วนเพื่อนนักแสดงที่ร่วมแสดงกับเธอก็มี ลิซ่า คูโดรว์,เดวิด ชวิมเมอร์,แม็ทธิว เพอร์รี่ และแม็ทท์ เลอบลังก์
เจนนิเฟอร์รับบทในเรื่องนี้ด้วยสาเหตุที่ว่าเธอห่างหายไปจากการแสดงนานมากแล้ว และไม่ได้คิดมาก่อนว่า FRIENDS จะกลายเป็นซีรี่ส์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการขอแก้วของสหรัฐฯ
และมีแฟนพันธุ์แท้จากทั่วทุกมุมโลกเฝ้าชมนับหลายร้อยล้านคนต่อสัปดาห์!!!
ซีรี่ส์ FRIENDS มีส่วนคล้ายชีวิตจริงของเจนนิเฟอร์อยู่ไม่น้อย เพราะซีรี่ส์เล่าเรื่องของกลุ่มเพื่อนหนุ่มสาวที่มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในมหานครนิวยอร์ค

บทบาท เรเชล กรีน ในซีรี่ส์ FRIENDS ทำให้เจนนิเฟอร์ต้องเล่นเป็นตัวละครตัวนี้ยาวนานติดต่อกันถึง 10 ปีเต็ม! จากนักแสดงที่ไม่มีใครรู้จักกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี และดูเหมือนว่า บทเรเชล กรีน จะกลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมชื่นชอบมากที่สุด แฟนพันธุ์แท้โดยเฉพาะพวกผู้หญิง ต่างพากันไปตัดผมทรงเจนนิเฟอร์ อนิสตัน และสิ่งที่ทุกคนเฝ้ารอลุ้นอย่างใจจดใจจ่อก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างเรเชล กับรอสส์ พี่ชายของโมนิก้า จะไปรอดหรือไม่?

โลกสีชมพูกับพระเอกหนุ่มแบรด พิทท์
ในฤดูใบไม้ผลิปี 1998 เจนนิเฟอร์ได้พบกับแบรด พิทท์ ช่วงเริ่มต้นคบกันทั้งคู่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก เจนนิเฟอร์เคยชวนแบรด ไปดูคอนเสิร์ตร็อคตามประสาคอเพลงร็อคด้วยกันในงาน Tibetan Freedom Concert และสื่อทั้งหลายต่างแห่แหนไปทำข่าวอย่างเป็นประวัติการณ์ ในปีต่อมาทั้งคู่ก็เข้าพิธีวิวาห์ โดยเจนนิเฟอร์ไม่ได้ชวนแม่มาร่วมงานด้วยเพราะแนนซี่เขียนต่อว่าลูกสาวอย่างรุนแรงหยาบคายในหนังสือ From Mother and Daughter to Friends ส่งผลให้ทั้งคู่ไม่พูดคุยกันเลยเป็นระยะเวลานาน 3 ปีเต็ม
ปี 1999 กำลังเป็นขาขึ้นในอาชีพนักแสดงของเจนนิเฟอร์ อนิสตัน Office Space เธอเล่นเป็นพนักงานเสิร์ฟในคาเฟ่(อีกแล้ว) ซึ่งเป็นบทถนัดของเธอ และหลังจากนั้นก็ได้รับงานพากย์การ์ตูนเป็นบทคุณแม่ แอนนี่ ฮิวจ์ ในหนังอนิเมชั่นแจ้งเกิดเรื่องเยี่ยมของสุดยอดผู้กำกับคุณแบรด เบิร์ด ใน The Iron Giant ที่เล่าเรื่องของเด็กชายที่มีเพื่อนเป็นหุ่นยนต์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2...


รักร้าว...
ในปี 2004 ถือเป็นปีแห่งความยุ่งยากของเจนนิเฟอร์ เพราะข่าวลือที่ว่า แบรด พิทท์ สามีของเธอไปหลงเสน่ห์ แองเจลิน่า โจลี่ ระหว่างที่ทั้งคู่แสดงหนังแอ็คชั่น คอเมดี้เรื่อง Mr. and Mrs. Smith นั้นหนาหูขึ้นเรื่อยๆ
แล้วข่าวร้ายก็กลายเป็นจริง เมื่อสามีตัวดีออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเขากำลังคบอยู่กับโจลี่ ผลสุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องแยกทางกันไปในช่วงเดือนมกราคมปี 2005 และหย่าขาดกันในช่วงเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้นเอง
สื่อประโคมข่าวกันยกใหญ่ ว่ารักร้าวระหว่างแบรดกับเจนนิเฟอร์ เกิดจากการที่เธอไม่อยากมีลูก แต่แบรด พิทท์อยากมีลูกมากๆ แต่เธอก็ได้ออกมาพูดภายหลังว่า จริงๆแล้วเธอก็อยากมีลูกมาก เพียงแต่ยังอยากทำงานในวงการบันเทิงให้เต็มที่ก่อน

หลังจากเลิกกับแบรดแล้วเจนนิเฟอร์ก็มีข่าวรักๆใคร่ๆกับนักแสดงหนุ่มอีกหลายคน แต่คนที่เป็นตัวจริงอยู่ในตอนนี้ก็คือ วินซ์ วอห์น ที่ได้มารักษาแผลใจในกองถ่าย The Break-Up ระหว่างที่ถ่ายทำหนังเรื่องนี้นี่เอง

ความเห็นส่วนตัว
แบรด พิทท์ เห็นแก่ตัวเหลือเกิ๊น ถึงแม้ว่าทั้งเจนนิเฟอร์และแบรดจะแยกทางกันไปแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นคนอัธยาศัยดี น่ารัก จึงทำให้ครอบครัวของแบรด ยังสนิทและรักใคร่เจนนิเฟอร์ดีเหมือนเดิม ส่วนยัยนั่น ยัยปากเจ่อ...ดูหน้าก็รู้แล้ว ว่าใครดีใครไม่ดี หน้าตายังงั้น เจ้าเล่ห์จะตาย ทำไมมันดูไม่ออกห๊า? สงสัย >_< ให้เลือกระหว่างเจนนิเฟอร์กับยัยปากเจ่อ มันเลือกยากนักหรือไง? แต่อย่างน้อยก็พิสูจน์แล้วล่ะว่าคนดีมักจะไม่ได้มีดีที่หน้าตา...ขอแสดงความดีใจกับคู่ของวินซ์ วอห์นและอนิสตัน ที่ได้เจอคนที่รู้ใจ พูดคุยกันได้ และขอให้คู่หญิงก็ร้าย ชายก็เลว อยู่กินกันต่อไปให้ตลอดรอดฝั่งก็แล้วกันนะ ถ้าปากมดลูกไม่บานซะก่อน เพราะไม่รู้ยัยปากเจ่อไปมีอะไรกับใครที่ไหนมามั่งแล้ว สมฉายา เด็กใจแตกแห่งฮอลลีวู้ดซะจริงๆ...

Comment

Comment:

Tweet

สวยจังเลยอะ แหม....ถ้าเรา....(-x-")ไม่พูดจะดีกว่า กั๊กๆ

#7 By Gift.Up2U on 2006-07-30 02:28

อะๆ ได้ๆ เปลี่ยนก็ได้ จัดให้ ตามคำขอ อิ อิ อิ

#6 By shongsalomon on 2006-07-29 23:20

ชงโหห..... เจนิเฟอร์ อนิสตัน ก็เป็นหนึ่งในดาราคนนึงที่เราชอบเลยนะ > < งงเหมือนกันตอนได้ข่าวว่าแยกกับแบรดพิท(ซึ่งก็เป็นดาราอีกคนที่เราชอบเช่นกัน) เออชงเพิ่งเห็นตรงfav ...เรารู้สึกว่า ชื่อfav เราว่า ครีเอถีบอ่ะ อ่าเราว่าเปลี่ยนเหอะ เพราะเรารู้สึกว่าเรายังไม่ถึงขั้นนั้นว่ะ นะ....^^ll ยังไม่อาจเอื้อมว่ะ

#5 By F Y on 2006-07-29 23:12

ขอบคุณนะฮ่ะสำหรับข้อมูลหาอยู่พอดีเลย^^ขอบคุณฮ่ะ

#4 By mik_cos on 2006-07-28 20:48

ขำตรงความคิดเห็นส่วนตัวอ่ะ...กรั่กๆ
เด็กใจแตกแห่งฮอลลีวู้ด <<

#3 By kororo on 2006-07-28 15:24

เหอะ เหอะ เหอะ เว่อร์แล้วซิน
ตอนแรกกะจะแค่พูดถึงเรื่องรักร้าวเฉยๆ ไปๆมาๆเขียนติดลมจนกลายเป็น BIOGRAPHY ไปเลย
แต่ก็เริ่มมันส์กะ CSS แล้วจริงๆ อิ อิ

#2 By shongsalomon on 2006-07-28 09:15

โห เหมือนทำรายงาน เรื่อง เจนนิเฟอร์เลยนะ ชง
css ยิ่งทำมันจะยิ่งมันส์จิงๆ

#1 By s i n on 2006-07-28 08:37