เขียนถึงตัวเอง สิ่งย้ำเตือนและคำสัญญา!
posted on 12 Apr 2007 09:38 by shongเขียนถึงตัวเอง สิ่งย้ำเตือนและคำสัญญา!
เอนทรี่นี้ เขียนถึงตัวเอง เพื่อไว้เป็นแรงผลักดัน และ remind เวลารู้สึก down
เรารู้ว่าตัวเราเองเป็นคนอ่อนแอ จิตใจไม่เข้มแข็ง ชอบท้ออยู่เรื่อยๆ
เวลาโดนคอมเม้นต์อะไร ก็แทบนอนไม่หลับไปสามวันสามคืน เพราะฉะนั้น ต้องเปลี่ยนใจตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อตัวของเราเอง
ถึงแม้จะทำงานอยู่เรื่อยๆ แต่รู้ว่าตอนนี้เครื่องเริ่มเอื่อยแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์อย่างยิ่ง!
ไม่เปิดรับคอมเมนต์ เขียนไว้ให้ตัวเองอ่านเท่านั้น!
นายกำลังทำอะไรอยู่กันแน่? แต่ละวันนั่งทำอะไรบ้าง?
หายใจทิ้ง ดูทีวี เล่นอินเตอร์เน็ต คุย MSN
แล้วงานที่กำลังทำอยู่?
ขี้เกียจทำงานบ้าน ตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง ซื้อหนังสือมาแล้วไม่ยอมอ่าน
วาดรูปแต่แนวเดิมๆเก่าๆ ซ้ำซาก บางทีก็ขี้เกียจวาด
ฝีมือดรออิ้งไม่ได้เรื่อง ผิดสัดส่วน ลงสีมั่ว คุมโทนไม่ได้ ขาดสไตล์ของตัวเอง
นายพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่หรือยัง?
ไม่ และจะไม่มีวันพอใจด้วย
เป้าหมายในอนาคตตอนนี้เคลียร์แล้ว สิ่งที่อยากทำที่สุดคือ การเป็นแอนิเมเตอร์ให้กับบริษัทลูกการ์ตูนเน็ตเวิร์ค
แล้วอีกไกลแค่ไหนที่ต้องก้าวย่างต่อไป?
อีกไกลมาก และจะยิ่งไกลขึ้นไปอีกถ้าวันๆมัวแต่ขี้เกียจไร้การพัฒนาศักยภาพตนเอง
อุปสรรคขัดขวางระหว่างทางสู่เป้าหมายที่ต้องการ?
1. ความกลัว
2. ความขี้เกียจ
นายกลัวอะไรอยู่กันแน่?
กลัวฝีมือไม่ถึง กลัวเข้ากับชาวต่างชาติไม่ได้ กลัวไม่เป็นที่ยอมรับเพราะเป็นคนเอเชีย
ข้อหนึ่ง กลัวฝีมือไม่ถึง...
อันที่จริงมันไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรเลยที่จะเลิกทำ เพราะ
1.ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด คนที่เก่งมากก็เพราะฝึกฝนมาก ประสบการณ์ในการทำงานมาก คนที่เก่งน้อยก็เพราะฝึกฝนน้อย ประสบการณ์ในการทำงานน้อย
2. วันนี้ย่อมเก่งกว่าเมื่อวาน และพรุ่งนี้ย่อมเก่งกว่าวันนี้ หากในแต่ละวันใช้เวลาฝึกฝน เรียนรู้ให้คุ้มค่า ไม่ใช่หายใจทิ้ง
3. ยังมีคนอีกมากที่อายุเท่าเราและฝีมือด้อยกว่าเรา และแน่นอนว่ายังมีคนอีกมากที่อายุเท่าเรา และฝีมือดีกว่า แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคขัดขวางหรือเรื่องที่จะมามัวคิดเปรียบเทียบ น้อยเนื้อต่ำใจ หรือไม่มั่นใจในตัวเอง เพราะสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ คุณจะ "ทำต่อ" หรือ "เลิกทำ" ถ้าเลิกทำก็จบกัน อย่าหวังว่าจะมีวันที่คุณจะเก่งกว่านี้
กลัวเข้ากับชาวต่างชาติไม่ได้...
ทำไม?
1. เราฝีมือไม่ถึง (โปรดย้อนกลับไปอ่านข้อข้างบน แล้วเลิกคิดงี่เง่าได้แล้ว)
2. เราเป็นคนเอเชีย เพราะเห็นในหนังฝรั่ง ยังมีการเปรียบเทียบชนชั้น เชื้อชาติ และการกีดกันสิทธิทางสังคม
แล้วไง?
คนเอเชียจำนวนมากที่มีฝีมือทัดเทียม และเหนือกว่าชนผิวขาวก็มี ผู้กำกับจีนคนหนึ่งยังได้รางวัลออสการ์ในงานประกาศผลรางวัลครั้งล่าสุด ฝรั่งที่ยังแบ่งแยกชนชั้นอยู่ก็แน่นอนว่ามี แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปแคร์ เพราะคนที่พร้อมจะเป็นเพื่อนกับชาวเอเชียย่อมต้องมีอีกส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน มองอะไรหัดมองให้หลายๆด้าน อย่างมองโลกอย่างแคบๆ
กลัวสื่อสารกับฝรั่งไม่ได้ กลัวพูดช้า พูดไม่คล่อง พูดไม่รู้เรื่อง แล้วเค้าจะรำคาญ...
ถ้าเป็นเรา เราเจอฝรั่งพูดไทยไม่คล่อง แต่เป็นมิตรมาก เราจะรำคาญเค้ามั้ย? แน่นอนว่าไม่
ยิ่งเห็นคนที่ตั้งใจจะฝึกฝน จะพูดให้คล่องขึ้น ยิ่งน่ารักน่าเอ็นดู
ถ้าอยากพูดคล่อง ต้องฝึก"พูดมากๆ"ในหนังสือ NINA ก็บอกไว้ อย่างเขียนเก่ง "เขียนเยอะๆ" อยากอ่านเก่ง "อ่านเยอะๆ" อยากพูดเก่ง ก็ "พูดเยอะๆ"
หนทางสู่การพูดเก่ง
1. ลงเรียน Listening & Speaking 3 ถึงแม้จะไม่ใช่วิชาบังคับในสาขาตัวเอง เพื่อให้ได้เรียนรู้ทักษะการพูดอย่างต่อเนื่อง จงไปลงเรียนซะ!!!
2. เทคคอร์สตามสถาบันที่มีอาจารย์ฝรั่งสอน
3. หัดจำสำเนียงในหนังซาวด์แทร็คแล้วฝึกพูดตามวันละหลายๆครั้ง
ความขี้เกียจ
จงหยุดความขี้เกียจไว้แต่วันนี้ ไม่มีใครที่ขี้เกียจแล้วจะประสบความสำเร็จ บิลล์ เกตต์ คิดไมโครซอฟท์ได้เพราะเขาทุ่มเทกับการค้นคว้า ปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์มาก วอลท์ ดิสนีย์ ตั้งบริษัทได้ เพราะความรักการวาดการ์ตูน จากที่ไม่มีเงินสักแดงเดียว ต้องรับจ้างวาดการ์ตูนในห้องน้ำ กลับกลายเป็นมีสตูดิโอใหญ่โต เป็นเพราะความอุตสาหะและเอาใจใส่ในสิ่งที่ทำ
ซาโตชิ ทาจิริ คิดเกมโปเกมอนได้ เพราะแต่เด็กชอบเล่นเกมมาก ทำสูตรพิชิตเกมขาย และสะสมแมลงเป็นงานอดิเรก เพราะฉะนั้น เลิก! ขี้เกียจ เลิกเสียตั้งแต่วันนี้! จงตั้งใจและพยายาม!
หัดวางแผนอนาคตให้เป็นรูปเป็นร่างแล้วลงมือทำ ลงมือปฏิบัติ ฝันให้ไกล ไปให้ถึง อย่าหยุดเดิน วันนี้ยังไปไม่ถึงก็ยังมีพรุ่งนี้ และวันต่อๆไป หากหยุดเดินก็จบกัน!
หยุด! เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม จงตั้งใจที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับตัวเอง วันนี้เราทำดีกว่าเมื่อวานและวันก่อนแล้วหรือยัง? ถ้ายังจงอย่าพอใจในสิ่งที่มีอยู่ จงขวนขวายและทุ่มเทให้มากขึ้น หากเราพอใจในตัวเองเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแสดงว่าเรายังเอาใจใส่มันไม่มากพอ
นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ศึกษาคำศัพท์ให้มากขึ้น ท่องศัพท์วันละสิบคำเป็นอย่างต่ำ ฝึกดรออิ้งวันละ 1 รูป เลิกพูดว่าถนัดที่จะวาดอะไรและไม่ถนัดอะไร หากรักที่จะทำงานด้านนี้แล้ว พื้นฐานการดรออิ้งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อย่างที่ระเบียบการสมัครสถาบัน CalArt สถาบันที่แอนิเมเตอร์ดังๆอย่าง Brad Bird /Craig McCracken / Tim Burton และ Andrew Stanton เรียนจบไป
ระเบียบการระบุอย่างชัดแจ้งว่า ให้ดรออิ้งไม่ต่ำกว่า 20 รูป เรียลลิสติกและให้เห็นทั้ง คน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่
แล้วนายดรออิ้งเก่งหรือยัง?
ยัง ฝีมือดรออิ้งอุบาทว์มากเมื่อเทียบกับคนวาดรูปด้วยกัน คะแนนเอ็นท์วิชาดรออิ้งก็ผ่านมาได้แบบคาบเส้นคือ 50 คะแนนเท่านั้น ในเมื่อไม่เก่ง เพราะฉะนั้น ยอมรับมัน ว่าเราห่วย แล้วจง ฝึก! ตั้งแต่วันนี้ ฝึกมันทั้งคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ เอาให้หลากหลายที่สุด
แล้วนายมัวนอนรออะไรอยู่? สิ่งที่นายมีติดตัวตอนนี้คือ
1.แขน-ขา ร่างกาย 32 ประการ เดินได้ ดำเนินชีวิตได้อย่างปกติมนุษย์ หน้าตาก็ไปวัดไปวาได้ ลองไปดูคนที่ปากแหว่งเพดานโหว่ มือด้วน แขนขาพิการ แล้วจะรู้ว่าเกิดมาโชคดีแค่ไหน
2.ความรู้ ที่ร่ำเรียนมา สั่งสมมาจากอดีตถึงปัจจุบัน ถึงแม้จะไม่ได้เก่ง อัจฉริยะ แต่ก็ไม่ได้โง่ เพราะฉะนั้น 3.41 จงตั้งใจเรียนต่อไป
3.เงิน ในเมื่อกายพร้อม ทุนก็พร้อม การสนับสนุนทางการเงิน ไม่ขาดตกบกพร่อง สิ่งที่ขาดมีเพียงแค่ "ใจ" เท่านั้น Think big! Don't think small!
ตั้งใจทำงาน! ตั้งเป้าหมายให้แน่ชัด เดินไปข้างหน้า อย่าหยุด และจงทำฝันให้เป็นจริง!
Keep it real!