ความหลังของฉันกับ KOF
posted on 25 Aug 2007 13:14 by shongเอนทรี่นี้ขออุทิศให้แก่ เกมตระกูล KOF©SNK Playmore และผู้เกี่ยวข้องในการจัดงานทุกคน
เป็นเวลานานแล้วที่เรารู้จักกับเกมตระกูล KOF ซึ่งรักแรกพบเกิดขึ้นเมื่อสมัยอยู่ป.5-ป.6 ช่วงนั้นเกมบอยฮิตมากที่โรงเรียน ทั้งๆที่ครูห้ามไม่ให้เอามาเล่น แต่เพื่อนๆก็จะแอบเอามาโรงเรียนด้วย เราก็มีตลับเกมรวมอยู่อันนึง ในนั้นมีเกม The King of Fighters95 รวมอยู่ด้วย ก็ไม่ได้รู้จักอะไรเกี่ยวกับ KOF เลย แต่รู้ว่ามันมีสูตรกด select รัวๆ แล้วจะได้ตัวละครลับมาใช้ พร้อมกับ power:Max ซึ่งก็ยังไม่รู้จักตัวละครลับพวกนั้นอยู่ดีนั่นแหละ แต่เราจะชอบใช้ Nakoruru มาก ตอนนั้นยังเรียกผิดๆว่า นาโกะรูรู อยู่เลย มารู้ทีหลังในนิตยสารเกมว่าเค้าเรียกกันว่า นาโคลูลู(มาจากซีรี่ส์ Samurai Spirit) สาเหตุที่ชอบใช้ก็เพราะเป็นตัวละครที่มีนกด้วย ทั้งสามารถเกาะนก สั่งนกไปจิก รู้สึกมันอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) ยังไงไม่รู้ แต่จะมีอีกตัวที่ขี้โกง และลูกพี่ลูกน้องเราชอบใช้ ก็คือ ราล์ฟ เพราะแค่ท่าหมัดดินระเบิด (กด B รัวๆ) ท่าเดียว ก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายๆ นับแต่วันนั้น เวลานั่งรถตู้กลับบ้าน เราก็จะหยิบเกมบอยขึ้นมาเล่น KOF95 กับลูกพี่ลูกน้องที่นั่งรถกลับบ้านด้วยกัน ประมาณ 3-4 คน ผลัดกันเล่น เกมนี้ก็ดีตรงที่ใช้ระบบทีม 3 คน เพราะฉะนั้นก็เลือกตัวละครกันคนละตัว พอใครแพ้ก็ยื่นให้อีกคนสู้ต่อ เป็นยังงี้เรื่อยๆ
ทีนี้ ดีกรีความชอบเริ่มพุ่งสูงขึ้น พอร้อยเอ็ดพลาซ่าเอาเครื่อง Play Station มาลงเยอะมาก เป็นยี่สิบสามสิบเครื่องเห็นจะได้ และเราก็เจอเกมชื่อเดียวกัน แต่เป็น The King of Fighters 96 เรากับเพื่อนก็รีบเอาเกมนี้มาเล่นกันโดยไว ปรากฏว่าชอบมาก ชอบมากจริงๆ ตัวละครที่มีเสน่ห์ของ KOF บวกกับเสียงพากย์ที่เร้าใจ ทำให้เสียงโฆษกในเกม Round One! ReadyGo! ติดหูเรามาตลอด และในภาคนี้เอง ก็เริ่มรู้จักกับตัวละครแปลกๆอย่าง Choi Bonge เราก็ติดใจมาก จะชอบใช้เป็นพิเศษ เพราะท่าวกไปข้างหลังแล้วเอากรงเล็บจิ้มก้น 
ต่อมา KOF97 ออกเป็นแผ่น Play Station เกมนี้ทำให้เราติดมาก จนถึงขั้นต้องแอบไปเล่นหลังเลิกเรียนทุกวัน ก็มีบ้างที่จะโดดเรียนไปเล่นที่ร้านเกม อ่า...ยุคนั้นเกมออนไลน์ยังไม่ถือกำเนิด แต่ถ้าถามเราว่าอาการติดเกมเป็นยังไง เราก็พอจะเข้าใจเป็นอย่างดี มันอยากเล่นจน ขอมีเวลาแค่สิบนาที ได้เดินไปร้านเกมเล่นซักตานึงก็จะไป เกมภาคนี้ลูกพี่ลูกน้องเราค้นพบสูตรโดยบังเอิญ ในฉากเลือกตัวละคร ถ้ากด L1+R1 พร้อมกัน ก็จะมีตัวละครลับปรากฏออกมา นั่นคือ Leona-B, Iori-B, Yashiro, Shermie และ Chris ร่างมาร และในโหมด Versus ถ้ากด L2+R2 ก็จะได้โอโรจิมาใช้ด้วย ในตอนนั้น กลุ่มของพวกเรา จะเรียกว่าเป็นแก๊งบ้า KOF ก็ได้ ประกอบด้วย ชง หนึ่ง แนน โจ้ มิ้งค์ ไผ่เขียว โจ และ นัท ยังเรียกว่าเป็นระยะ beginner เพราะยังเล่นกันแบบปรับ Power: Max และปรับ Special กันอยู่ นั่นก็คือ กดปุ่มข้างบนก็จะติดท่าไม้ตาย และที่ KOF มีเสน่ห์มากกว่า STF อีกอย่างนึงคือ KOF มีระบบสวนกลับที่เด่นชัดมาก เวลาท่าไม้ตายพลาดจะมีช่วงเวลาที่ตัวละครจะชะงัก และเป็นจังหวะที่คู่ต่อสู้จะสวนกลับได้อย่างง่ายดาย อีกอย่างคือระบบกลิ้งหลบ หลบได้ทั้งท่าไม้ตาย(บางท่าก็หลบไม่ได้นะ) แล้วค่อยไปสวนกลับจากข้างหลังก็ยังได้ เพราะ KOF97 ทำให้เราอยากได้เครื่อง Play Station มาก จนในที่สุดก็อ้อนวอนขอที่บ้านซื้อให้จนได้
เรื่องการวาดรูปในช่วงนี้ นอกจากบ้า KOF แล้ว เรายังชอบ STF:EX plus a อีกด้วย เราก็เลยเขียนการ์ตูนในสมุดขึ้นมาให้เพื่อนๆอ่าน ชื่อเรื่องคือ The King of Fighters V.S. Street Fighters (ไม่นึกว่าหลายปีต่อมา SNK จะร่วมมือกับ Capcom สร้างเกมนี้ออกมาจริงๆ)
ครั้งแรกที่เราเห็นแผ่น KOF98 คือช่วงที่ไปเรียนพิเศษอยู่ที่โคราช และเราไปเดินเล่นแถวร้านเกมบนห้างคลังพลาซ่า หน้าปกเป็นรูปหน้าเคียวสีเทาๆ ดูเท่มากอย่างบอกไม่ถูก แล้วเกมนี้ก็ทำให้เราติดอย่างรวดเร็วเหมือนภาคที่ผ่านมา พอกลับไปถึงบ้านที่ร้อยเอ็ด เราก็รีบเลย เอามานั่งลองระบบ และหาสูตรตัวละครลับ(เพราะเริ่มชินที่ว่าเกมนี้มักจะซ่อนตัวละครลับเอาไว้ที่หน้าจอเลือกตัวละคร นี่ก็เป็นอีกความตื่นเต้นนึง ที่ทำให้เราชอบมาก) แล้วมันก็มีจริงๆ เมื่อกด R1 ค้างไว้ที่ตัวละครบางตัวก็จะมีตัวละครลับ เช่น Yashiro, Shermie, Chris ก็จะได้ร่างมาร Kyo, Ryo, Yuri, Andy ก็จะได้ร่าง 94 มาใช้ เป็นต้น ดีกรีความคลั่ง KOF เริ่มบ่มเพาะมาจนถึงจุดสูงสุดในภาค 98 นี้เอง เมื่อเราเริ่มต้นเขียนการ์ตูน KOF98 ซึ่งก็อัพเกรดความดูดีขึ้นมาจาก The King of Fighters V.S. Street Fighters ค่อนข้างมาก และต่อมาไม่นาน เราก็เห็นประกาศหน้าหนึ่งในนิตยสาร Mega มีใจความว่า AXN ร่วมกับ Mega จัดแข่งขันเกม KOF98 ในชื่อว่า AXN: The King of Fighters Challenge 99 (เพราะว่าแข่งในปี 99) รางวัลที่ 1 คือตั๋วเครื่องบินไป-กลับประเทศญี่ปุ่น 2 ที่นั่ง พร้อมร่วมชมงานโตเกียวเกมโชว์ และเครื่องเล่นเกม Neogeo Pocket Color พร้อมตลับเกม KOF-R2 ฟรี นอกจากนี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ติดอันดับ 1-8 ยังจะได้รับ เครื่องเล่นเกม Neogeo Pocket Color พร้อมตลับเกม KOF-R2 ทุกคน ในตอนนั้น เหมือนสวรรค์ทรงโปรด เราตื่นเต้นมากจนไม่รู้จะบรรยายยังไงดี รีบเอาข่าวนี้ไปให้เพื่อนๆในแก๊งดู แต่ปัญหาอยู่ที่สถานที่แข่งขัน เพราะมันแข่งในกรุงเทพฯ และบ้านเราอยู่ร้อยเอ็ด การเดินทางจากร้อยเอ็ดไปยังกรุงเทพโดยรถยนต์ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6-7 ชั่วโมง พอเราเอาข่าวนี้ไปให้คุณพ่อคุณแม่ดู ก็แน่นอนว่าไม่มีใครยอมอนุญาต จนเราต้องอ้อนวอนซ้ำแล้วซ้ำอีก วันแล้ววันเล่า สุดท้ายจบลงที่การอ้อนวอนด้วยน้ำตา บอกว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในชีวิต เพราะนักสู้จากทั่วทุกสารทิศจะมารวมตัวกัน และเราก็อยากลงแข่งด้วย และครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งเดียวที่จะมีโอกาสแบบนี้ ในที่สุด ด้วยลูกตื๊อชนิดน่าเอือมระอา เราก็ได้ไป
สำหรับพลพรรค KOF ที่ไปด้วยกันก็มีแค่ไม่กี่คน ส่วนใหญ่พ่อแม่มักจะไม่อนุญาต(ก็แหงล่ะ) เราต้องไปด้วยรถส่วนตัวคนเดียว โดยมีคนขับรถพาไป และอาอี๊ติดรถไปดูแลด้วย ส่วนเพื่อนที่ได้รับอนุญาตให้ไปก็คือ มิ้งค์ ที่เอารถที่บ้านไปเองเช่นกัน และเพื่อนคนอื่นๆที่ขอโดยสารมิ้งค์ไป เพราะเกรงใจบ้านเรา นั่นก็คือ หนึ่ง และ โจ
เช้าของวันงาน เรารีบไปเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์แต่เช้า และไปนั่งรอจนห้างเปิด ในที่สุดก็ถามทางไปถึงบริเวณจัดงานได้ ผู้คนมากมายมารวมตัวกันที่ลานชั้นหนึ่ง มีการกั้นที่บริเวณแข่งเอาไว้ และเรารอไม่นานก็เจอเพื่อนๆ คือมิ้งค์ หนึ่งและโจที่บริเวณงาน ทุกคนเลยไปลงทะเบียนแบ่งสายกัน ทีมงานก็ใช้ระบบที่ดีมาก คือคนที่มาด้วยกันจะถูกแยกไปอยู่คนละสาย เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องเพื่อนกันต้องมาสู้กันเอง พอลงทะเบียนเสร็จด้วยความตื่นเต้น พวกเราก็มายืนประชุมกัน คือตอนนั้นยังเล่นไม่ค่อยเป็นกันเหมือนเดิม กดสูตรก็ไม่ค่อยจะติด และปกติเวลาเล่นเกมกันเองจะปรับ Power: Max และ Special ตลอด เลยไปถามพี่ทีมงานคนนึงว่า ปรับ Power: Max กับ Special ได้หรือเปล่า พี่เค้าก็บอกไม่ได้ และขำน่าดู
ด้วยความที่โดนจับแยกกันไปคนละสาย ตอนที่เพื่อนๆแข่งเราก็เลยไม่ได้ไปดูว่าใครสู้ยังไงบ้าง มีเรากับโจใช้ Yuri ส่วนหนึ่งกับมิ้งค์ใช้ Athena แล้วเราก็เก่งเหลือเกินนะยูริเนี่ย ตอนนั้นกดเป็นอยู่ท่าเดียวคือ โชอัปป้า บราโว่! (คือจริงๆมันชื่อท่าโชอัปเปอร์ ดับเบิ้ล แต่เราได้ยินเป็นแบบนี้จริงๆ) เราก็ใช้แค่ท่านี้ท่าเดียวแหละ 555 รอบแรก เจอกับเด็ก ซึ่งเด็กจริงๆ เด็กประมาณ ป.5-ป.6 เห็นจะได้ เด็กคนนี้ใช้ Shingo (ซึ่งก็บ่งบอกความเด็กอีกนั่นแหละ) แล้วเด็กนี่ก็กดเป็นแค่ชินโง คิก ท่าเดียวเลย เราก็ตั้งการ์ดไว้แล้วสวนกลับด้วยโชอัปเปอร์ ดับเบิ้ล ชนะมาอย่างง่ายดาย พอเด็กคนนั้นแพ้ ก็มีพ่อแม่เข้ามาปลอบ แล้วบอกว่าไม่เป็นไรลูก พ่อบอกแล้วว่ามันยาก คงไม่ชนะง่ายๆหรอกงานแข่งนี้ เราเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร แต่ก็ต้องทำใจ เพราะมันเป็นการแข่งชันนะน้องนะ อโหสิเถิด พี่ก็อยากเข้ารอบเหมือนกัน คู่ต่อสู้คนต่อมาเป็นคนแขนหัก เคราเฟิ้มมาเลย ใส่เฝือกอยู่ยังอุตส่าห์มีสปิริตมาแข่ง KOF อีกแน่ะ! พี่แกใช้
ทางด้านเพื่อนคนอื่นๆก็แย่พอกัน โจที่ใช้ยูริก็ตกรอบแรก มิ้งค์ก็ตกรอบ ส่วนหนึ่งนี่เลวร้ายสุด หนึ่งใช้อาเธน่าสู้กับผู้ชายคนนึงที่ใช้ Chang แล้วหนึ่งพยายามจะกดสูตร Shining Cristal คือสูตรจริงๆมันแค่ หน้า-ลง-หลัง-หน้า-ลง-หลัง+ต่อย แต่หนึ่งก็เป็นประเภทบ้าพลัง ชอบใช้ความรุนแรง ดันหมุนปุ่มทิศทางเป็นวงกลมสามสี่รอบด้วยความเมามันส์บวกกับปุ่มต่อยรัวๆ แล้วจอยก็หลุดจากเครื่องครับทั่น!!! จอยหลุดเลย!!! คนใช้ Chang ก็รีบบุกเข้ามาตีโดยไม่ฟังเสียงทีมงานที่บอกว่าน้อง หยุดก่อน หยุด พอสไว้ โธ่...หนึ่ง...หนึ่งไปทำอะไรไว้เนี่ย จะบ้าตาย
ถึงแม้ว่างานครั้งนี้ จะไม่มีใครได้รางวัลอะไรเลย แต่ทุกคนก็ตื่นเต้นมาก แม้จะผิดหวัง แต่ก็ได้ของที่ระลึกเป็นโปสการ์ดและสติ๊กเกอร์พร้อมถุงกระดาษสวยๆจาก AXN ประทับใจไปตามๆกัน
ของที่ระลึก เป็นโปสการ์ดจาก AXN
หลังจากทุกคนเล่าเรื่องการต่อสู้ของตัวเองให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็อิจฉาเราเป็นการใหญ่ บอกว่า ทำไมชงได้สู้กับเด็กกับคนพิการ แถมยังแพ้คนพิการอีก (เค้าไม่ได้พิการซักหน่อย แค่แขนหักเอง -_- ) อ้าว ก็เราไม่ได้เป็นคนเลือกคู่แข่งซะหน่อย แหม...อีกอย่างถึงแขนหักก็นิ้วไม่หักซักหน่อย เล่นเก่งจะตายไป
ปีต่อมา Mega ก็ร่วมมือกับ Fanta จัดงานแข่งขัน KOF99 ขึ้นมาอีก แน่นอนว่าเราก็ไม่พลาดเหมือนเดิม คราวนี้สถานที่แข่งคือ ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต พวกเราซึ่งก็คือ ชง มิ้งค์ ไผ่เขียว นัท จิ๊บ กับอ๊อฟ สมาชิกใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในแก๊ง ต่างก็คล่องการเล่นแบบไม่ปรับ Special และใช้วิธีกดสูตรเองขึ้นมาบ้างแล้ว ต่างก็ไปร่วมงานอย่างเคย ความจริงเกมต่อสู้เนี่ย จอยที่กดดีและคุ้นเคยจะมีข้อได้เปรียบ และเราก็เอาจอยไปด้วย แต่ลืมไว้บนรถ โธ่ถัง...แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัวหรอก เพราะตอนสู้ก็ตื่นเต้นเกินเหตุ แอนดี้ที่ฝึกมาก็เน่าไปตามระเบียบ
ครั้งสุดท้ายที่ไปแข่ง คืองานแข่ง KOF 2001 ที่จัดที่เซ็นเตอร์พ้อยท์ สยามสแควร์ ภาคนี้นับได้ว่าพวกเราคล่องสูตรและรู้จักเทคนิคมาเป็นอย่างดี (แค่ไม่เซียนเท่านั้นเอง) สมาชิกที่มาแข่งด้วยกันก็มีนัท ชง โจ ม็อค และไผ่เขียว แต่ม็อคไม่ได้ลงแข่ง ม็อคแค่มาเป็นกำลังใจให้เท่านั้น ปีนี้เราเตรียมตัวกันมาดีมาก ก่อนแข่งพวกเราก็ไปอุ่นเครื่องกันก่อน ที่ร้านเกมบนมาบุญครอง อุ่นเครื่องเสร็จก็กลับมาที่งาน นัทใช้ Blue Mary ทั้งๆที่เพื่อนๆต่างก็เห็นพรสวรรค์และการสวมวิญญาณ Choi ของนัทในตอนที่ฝึกซ้อมกัน เพื่อนๆต่างก็บอกนัทว่าให้ใช้ Choi ลงแข่ง นัทก็ไม่ยอมฟัง สุดท้ายก็เจอคอมโบ Angel ชุดเดียวจบดับอนาถไปเลย ส่วนไผ่เขียว ใช้ King ชนะได้มาคนนึงแล้ว แต่มาแพ้คนที่สอง ของเรานี่โชคร้ายสุด รอบแรกเอา Daimon ชนะมาได้คนนึง ด้วยท่าไม้ตาย แต่พอรอบสองกลับเจออดีตแชมป์ พี่พนักงานก็ช่วยเหลือเกิน ช่วยให้เครียดมากขึ้น น้องคะ น้องกำลังจะได้สู้กับอดีตแชมป์นะคะ แต่น้องไม่ต้องเครียดนะคะ เล่นไปตามสบาย จ้า~ขอบคุณมากที่บอก คราวนี้เราก็รวนไปเลย จากที่ฝึกไว้เป็นอย่างดี ดันไปเอา Andy ที่ไม่ได้ฝึกเท่าไหร่เลยภาคนี้ มาใช้ แล้วก็ดับอนาถโดยที่แชมป์ใช้เพียงแค่ท่าสองท่าเท่านั้น
คนที่เก่งและน่าชมเชยมากในปีนี้คือ โจ เพราะโจใช้เคียว(ได้ยังไงไม่รู้??)โปรมาก ประมาณว่าคนที่มุงดูอยู่ก็เฮ้ย เก่งว่ะ เซียนเคียวแน่เลยเนี่ย เพื่อนๆก็อึ้งไปตามกันเพราะตอนเล่นด้วยกันโจไม่เคยใช้เคียวได้ดีขนาดนี้เลย และไม่ใช่ตัวละครที่โจชอบใช้ซะด้วย แล้วไปแอบฝึกมาจากไหนไม่รู้ ด้วยเคียว คูล่า และอาเธน่าของโจ ก็ทำให้โจผ่านเข้าไปถึงเกือบที่หนึ่งของสายได้ เพียงแค่ชนะอีกคนเดียวโจก็จะได้ขึ้นเป็นที่หนึ่งของสายและได้รับรางวัล แต่โจกลับพลาดท่าให้ Daimon,
ตำนานความรักที่เรามีต่อ KOF ยังมีอีกมาก เมื่อใดก็ตามที่เจออะไรเกี่ยวกับ KOF เราก็จะซื้อเอาไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหนังสือการ์ตูน สูตรเกม การ์ด อื่นๆอีกมาก การ์ตูนที่เราเขียน ถึงแม้มันจะตลก แต่เพื่อนก็ชอบตามอ่านกัน พอเราได้ข่าวเกี่ยวกับ KOF R-2 ใน Neogeo Pocket Color เราก็รีบขอซื้อทันทีเลย และมันก็เป็นเกมมือถือที่เราชอบที่สุด แม้ว่าจะมีอยู่แค่ไม่กี่เกม แต่ระบบต่างๆของ KOF R-2 ก็ทำดีมาก จนกลายเป็นที่นิยมในหมู่เพื่อน ตอนที่ไปเข้าค่ายลูกเสือ เพื่อนๆก็จะบอกให้เราเอาไปเล่นด้วย
มีอยู่ครั้งนึง หนึ่งกับเราเคยเถียงกันที่โรงเรียน ว่าเคียวกับอาเธน่าใครเก่งกว่ากัน เราก็ยืนยันว่าต้องเป็นเคียว เพราะเคียวเป็นพระเอก แต่หนึ่งก็เถียงว่าพระเอกไม่เห็นจะเก่งเลย ท่าก็กระจอก อาเธน่าสิสมบูรณ์ทุกด้าน ทั้งปล่อยพลัง สู้กลางอากาศ และประชิดตัว เถียงกันไปเถียงกันมา เราก็เริ่มไปถึงเรื่องว่าอาเธน่าเป็นผู้หญิง หนึ่งก็เถียงว่าประธานาธิบดีหญิงยังมีเลย แล้วเราก็เป็นฝ่ายร้องไห้ (ซะงั้น) โจ้ก็เข้ามาปลอบ รู้สึกว่าตอนนั้นจะจริงจังกับเรื่องนี้มากเหลือเกิน
ช่วงม.ต้นเป็นช่วงที่เราบ้าเคียวมาก บ้ามากเข้ากระแสเลือด เราจะคอยบังคับให้เพื่อนๆเรียกเราว่าเคียว และตอนที่เขียนเฟรนด์ชิปให้เพื่อนๆ เราก็จะเอารูปเคียวมาติดแทนรูปเรา และเขียนชื่อว่าคุซานางิ เคียว (ไม่เป็นไร เพื่อนๆรับได้กับความบ้าเคียวของเรา) เราชอบเก๊กท่าเคียว ท่าเป่าไฟที่ปลายนิ้ว และชอบเลียนเสียงเคียวเวลาสู้ชนะ
ก่อนจบม.6 เราก็เขียนสารานุกรม The King of Fighters จบพอดี ในเล่มจะมีรูปภาพพร้อมประวัติตัวละคร ของกินที่ชอบ น้ำหนักส่วนสูง วันเกิด อะไรพวกนี้ และมีตำนานโอโรจิ ตำนานศึกไตรเทพศาสตรา และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับ KOF ไปจนถึงรวบรวมชุดของ Athena ตั้งแต่ภาค 94 จนถึงภาคปัจจุบัน (อาเธน่าเป็นตัวละครตัวเดียวใน KOF ที่มีการเปลี่ยนชุดไปเรื่อยๆทุกปีที่เข้าแข่งขัน) 









ณ ปัจจุบันนี้ ดีกรีความชอบ KOF ยังไม่ลดน้อยถอยลง เรายังคงเล่น KOF อยู่เป็นประจำ ถึงแม้เราจะไม่เซียน ต่อท่าไม่ค่อยเป็น แต่เรื่องความรักใน KOF และตัวละคร KOF ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าใครเลย ถ้ามีงานแข่ง KOF อีกในอนาคต เราจะชวนเพื่อนที่เคยไปแข่งด้วยกัน ไปอีกแน่ เพื่อความเป็นสุดยอดนักสู้ ราชันย์แห่งนักสู้ โอ๊วววววววว~ The King of Fighters จงเจริญ



แบบนี้คงจะเรียกได้ว่า ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้ซะอีก 555+
สมัยนู้น ผมจำได้เเต่ โจ ตัวเดียวเอง
สู้คอมไม่ได้ ก็จับตีเข่าอย่างเดียว
เสียดาย ภาคหลังๆ กลายเป็นเเค่ตัวช่วย
เอามาเล่นไม่ได้เเล้ว
#1 By Red on 2007-08-25 13:46